ภูมิภาค 5 พ.ย. – โครงการ “ก้าวคนละก้าวเพื่อ 11 โรงพยาบาลทั่วประเทศ” ของ ตูน บอดี้สแลม ล่าสุดวันนี้วิ่งออกจากวัดธนาภิมุข หมู่ที่ 6 ต.ปากล่อ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เมื่อเวลา 04.30 น. โดยเมื่อวานได้หยุดวิ่งครึ่งวัน เนื่องจากเหนื่อยและมีอาการบาดเจ็บบริเวณขา ทำให้ต้องพักฟื้นและนอนที่ยะลา
สำหรับวันนี้ (5 พ.ย.) บรรยากาศการวิ่งวันที่ 5 ของ อาทิวราห์ คงมาลัย หรือ “ตูน บอดี้สแลม” เป็นไปตามกำหนดการใหม่ หลังจาก 2 วันที่ผ่านมา

กำหนดการคลาดเคลื่อน เนื่องจากมีอาการปวดเมื่อยและบาดเจ็บที่ขาเล็กน้อย อีกทั้งยังมีฝนตก ประกอบกับประชาชนรอต้อนรับระหว่างทางจำนวนมาก ต้องแวะถ่ายภาพและรับบริจาคเงิน แต่หลังจากเมื่อคืนได้มีการบำบัดจากแพทย์ยะลา ทำให้สถานการณ์ดีขึ้น สามารถวิ่งได้เร็วขึ้น แต่ก็ยังมีประชาชนยิ้มแย้มแจ่มใสรอต้อนรับตลอดทาง ทำให้การวิ่งล่าช้าอีก ซึ่งคณะตูนแจ้งว่า จะทำเวลาให้ได้ตามเป้าหมาย โดยวันนี้ต้องเข้าเขตสงขลาให้ได้ โดยไปรวมพลช่วงบ่ายที่สถานีบริการน้ำมัน ปตท. หมู่ 7 บ้านดอนยาง ต.บ่อทอง อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เพื่อแวะพัก เตรียมพร้อมเข้าพื้นที่เขตรอยต่อ อ.เทพา จ.สงขลา ซึ่งห่างอีกประมาณ 6 กิโลเมตร ส่วนยอดบริจาคเป็นจำนวนเงิน 76 ล้านแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้กำลังวิ่งจะเข้าเขต อ.หนองจิก จ.ปัตตานี โดยมีนักวิ่งในพื้นที่กว่า 120 คน วิ่งตามกันมาให้กำลังใจตูน

สำหรับเมื่อวานนี้ (4 พ.ย.) ตูนมีอาการบาดเจ็บที่หลังและขา จนทำให้ต้องหยุดวิ่งเป็นการชั่วคราว เพื่อให้แพทย์ตรวจอาการ โดยอาการบาดเจ็บที่หลังและขา เนื่องจากจากลักษณะการวิ่งที่ไม่ปกติ เพราะตลอดเส้นทางการวิ่ง ตูนจะเข้าไปทักทาย จับมือประชาชน และรับเงินบริจาค รวมถึงต้องถ่ายเซลฟีในลักษณะนั่งและก้มเงยตลอดเวลา ทำให้เกิดอาการปวดหลังและเจ็บขา ซึ่งแพทย์ของทีมได้มีการปฐมพยาบาลโดยการติดพลาสเตอร์ยารัดกล้ามเนื้อ เพื่อลดการอักเสบของกล้ามเนื้อ หลังจากได้พักที่จุดแรกประมาณ 40 นาที ทางแพทย์ประจำตัวและทีมงานได้ลงความเห็นว่าไม่สมควรวิ่งต่อ เพราะจะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บเพิ่มมากขึ้น และอาจส่งผลต่อการวิ่ง จำเป็นต้องหยุดพัก จึงต้องหยุดวิ่งกะทันหัน

โดยคุณ Pirune Tirapibal ได้โพสต์คลิปขณะที่ตูนหยุดวิ่งถ่ายเซลฟีกับประชาชนที่มายืนให้กำลังใจข้างทาง แต่ตูนได้แสดงสีหน้าเจ็บปวดก่อนล้มลงไปนั่งกับพื้น ท่ามกลางความตื่นตะลึงของทีมงาน ขณะที่ในคืนวันเดียวกัน ทีมสตาฟฟ์และตูน บอดี้สแลม ได้ตั้งโต๊ะแถลงถึงอาการบาดเจ็บ รวมถึงสาเหตุที่ทำให้ต้องหยุด และผลกระทบจากการวิ่งไปเซลฟีไป ทำให้การวิ่งช้าลงจากกำหนดการเดิม.

ขอขอบคุณข้อมูลดีดีจาก สำนักข่าวไทย.