นายกรัฐมนตรีมาเลเซียให้คำมั่นการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำแก่ประชาชนภายในปีนี้ หากพรรคแนวร่วมรัฐบาลสามารถคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 9 พ.ค. นี้ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 2 พ.ค. ว่านายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ปราศรัยที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาซึ่งตรงกับวันแรงงานแห่งชาติ ให้คำมั่นว่าหาก “แนวร่วมแห่งชาติ” ( บีเอ็น ) ที่เป็นพรรครัฐบาลผสม 13 พรรค

ภายใต้การนำของพรรคมลายูสามัคคีแห่งชาติ ( อัมโน ) ซึ่งตัวเขาเป็นหัวหน้าพรรค สามารถเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งทั่วไปที่จะเกิดขึ้นในวันพุธที่ 9 พ.ค. นี้ได้ รัฐบาลจะปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำเป็นเดือนละ 1,000 ริงกิต ( ราว 8,100 บาท ) สำหรับรัฐที่อยู่ในแถบคาบสมุทรมลายู และ 920 ริงกิตต่อเดือน ( ราว 7,452 บาท ) สำหรับรัฐในฝั่งตะวันออกที่รวมถึงรัฐซาบาห์และซาราวัก โดยนายนาจิบยืนยันว่าอัตราค่าแรงขั้นต่ำใหม่จะเกิดขึ้นภายในปีนี้ด้วย นอกจากนี้ ผู้นำมาเลเซีย วัย 64 ปี ซึ่งอยู่ในตำแหน่งมาตั้งแต่ปี 2552 ให้คำมั่นเพิ่มงบประมาณอัดฉีดโครงการพัฒนาศักยภาพของแรงงานมีฝีมือเป็น 200 ล้านริงกิต ( ราว 1,620 ล้านบาท ) เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันอีก 60 ล้านริงกิต ( ราว 486 ล้านบาท ) โดยงบประมาณส่วนที่เพิ่มขึ้นเพื่อยกระดับสวัสดิการของแรงงาน อาทิ เงินช่วยเหลือในช่วงลาคลอดบุตร

อย่างไรก็ตาม ผู้สันทัดกรณีมองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้เป็นบททดสอบครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งบนเส้นทางสายการเมืองของนายนาจิบ และแนวร่วมบีเอ็นซึ่งผูกขาดการเป็นพรรครัฐบาลของมาเลเซีย นับตั้งแต่ได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักร เมื่อปี 2500 เนื่องจากหลายฝ่ายวิเคราะห์การเลือกตั้งครั้งนี้คือความพยายามของนายนาจิบในการ “ซักฟอก” ตัวเองออกจากข้อครหาพัวพันกับเครือข่ายการคอร์รัปชั่นครั้งมโหฬารในกองทุนพัฒนาแห่งชาติ “วันเอ็มดีบี”  ขณะที่แนวร่วม “ปากาตัน ฮาราปัน” หรือ “พันธมิตรแห่งความหวัง” ที่นำโดยพรรคเบอร์ซาตูของอดีตนายกรัฐมนตรี ดร. มหาเธร์ โมฮัมหมัด วัย 92 ปี และเป็นผู้ปลุกปั้นนายนาจิบ “ยังไม่แข็งแกร่งพอ”. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews